การดูแลผิวหน้า ให้ถูกวิธีต้องทำอย่างไรบ้าง ?

“การดูแลผิวหน้า”  ไม่ได้หมายถึง การทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การบำรุงผิวอย่างถูกวิธี และเตรียมสภาพผิวหน้า ให้พร้อมรับการบำรุง เพื่อให้สารบำรุงต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ดังนี้ค่ะ

การสครับผิว

1. สครับผิว

เซลล์ผิวหนัง ชั้นนอกสุด ที่เริ่มหมดสภาพ จะทำหน้าที่ คล้ายกำแพงที่ขัดขวาง ไม่ให้สารบำรุงผิวต่าง ๆ ผ่านลงสู่ชั้นผิว ด้านล่างได้สะดวก ทำให้ผิวชั้นล่าง ไม่สดใส รวมทั้งชั้นบนเองก็หมองคล้ำ ไม่ต่างกับ เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ

ดังนั้นจึงต้องสครับผิว ด้วยสครับสูตรอ่อนโยน เป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อขจัดผิว ที่เสื่อมสภาพชั้นบนสุดออก เปิดทางให้ผิวชั้นล่าง ที่สดใสกว่า ขึ้นมาทดแทน พร้อมทั้งรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ด้วย

2. เรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงอย่างเหมาะสม

อะไรก็ตาม ที่ทาก่อน จะซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น หากคุณต้องการ ให้ครีมบำรุงผิวชนิดใด ออกฤทธิ์ดีที่สุด ก็ต้องทาครีม ชนิดนั้นเป็นลำดับแรก อย่างเช่น หากต้องการให้รอยด่างดำดูจางลง ก็ต้องใช้ครีมลดรอยด่างดำ ก่อนครีมบำรุงผิวชนิดอื่น

หรือหากคุณต้องการ แก้ปัญหาผิวสองอย่าง ควบคู่ไปด้วยกัน อย่างเรื่องสิว และรอยด่างดำ ให้สลับใช้ครีมทั้งสองนั้น เป็นลำดับแรกสลับกัน ในช่วงเช้าและเย็น นอกจากนี้ สิ่งที่ควรทำตามอีก หนึ่งประการ

ในการใช้ครีมบำรุงก็คือ ใช้ครีมที่มีความเข้มข้นน้อย ไปหาครีมที่มีความเข้มข้นมาก อันจะทำให้สามารถ ซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีพอๆ กันตามลำดับ ความเข้มข้นของมัน

3. ใช้ครีมบำรุงหลังล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ

ผิวหน้าที่เพิ่งผ่าน การล้างมา มีคุณสมบัติ คล้ายฟองน้ำ ซึ่งจะดูดซับสารบำรุงต่างๆ ได้ดีเยี่ยม เพราะฉะนั้น เวลาหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ จึงเป็นเวลา ที่เหมาะที่สุด ในการทาครีมบำรุงผิว ถือเป็นอีกหนึ่งในการดูแลผิวหน้า ที่เห็นผลชัดเจนที่สุด

4. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

การล้างหน้า ด้วยน้ำพออุ่นๆ เป็นการวอร์มผิว ให้พร้อมรับการบำรุง อุณหภูมิจากน้ำอุ่น จะทำให้เซลล์ผิว รวมทั้งเส้นเลือดฝอย ที่อยู่ใต้ผิวหนัง ขยายตัวเพื่อคายความร้อนที่สูงขึ้น นั่นหมายความว่า มีพื้นผิวที่พร้อมรับ สารอาหารที่มีประโยชน์ จากครีมบำรุงเพิ่ม มากขึ้นนั่นเอง

5. ทาครีมเนื้อหนักทับหลังการบำรุงผิว

การทาครีมเนื้อหนัก อย่างครีมที่มีส่วนผสม ของปิโตรเลียมเจล เนเชอรัลบัตเตอร์ แว็กซ์ หรือ ออยล์ เป็นส่วนผสมหลัก เป็นลำดับสุดท้าย หลังจากเสร็จสิ้น การทาครีมบำรุงผิวอื่นๆ จะเป็นการกัก ให้ครีมบำรุงผิวนั้น ซึมลงสู่ผิวหน้า และทำงานได้อย่างเต็มที่

แต่มีข้อยกเว้น คือห้ามทำเช่นนี้ กับครีมที่มีส่วนผสมของ เรตินอยด์ วิตามินซี และ ไฮโดรควิโนน ในเปอร์เซ็นต์สูง เพราะจะทำให้ออกฤทธิ์ แรงเกินไป และเกิดอาการระคายเคืองผิวหน้าได้

6. ใช้เรตินอยด์ในยามก่อนนอนเท่านั้น

ครีมบำรุงประเภทเรตินอยด์ ที่ออกฤทธิ ต้านการเกิดริ้วรอย ได้เป็นอย่างดี แต่เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางคืนเท่านั้น เนื่องจากรังสียูวี ที่มีอยู่ในแสงแดด จะรบกวนทำให้มันไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ครีมจะทำงานได้ดีขึ้น ในยามที่เราหลับ เพราะในขณะที่นอน อุณหภูมิของร่างกาย จะสูงขึ้นราวครึ่งองศา เส้นเลือดฝอย อยู่ใกล้ผิวหนังมากขึ้น และขยายตัวกว่าปกติ ทำให้ผิวหนังสามารถ ดูดซับสารบำรุงได้ดีกว่า

7. ใช้เซรั่มเพื่อการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก

เซรั่ม เป็นการนำเอาสารบำรุงต่างๆ ที่เคยอยู่ในรูปของครีม หรือโลชั่น มาเป็นรูปของเหลว ซึ่งนอกจากจะเข้มข้นกว่า เพราะไม่ต้องถูกเจือจา งด้วยเนื้อครีมแล้ว ยังซึมซับลงสู่ผิวง่ายกว่าด้วย หากอยากบำรุงผิว ให้เห็นผลทันใจ กว่าการใช้ครีมบำรุง เซรั่มสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ค่ะ

8. จับคู่การบำรุงอย่างเหมาะสม

การจับคู่ครีมบำรุงผิว ให้เหมาะสม เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงาน ของครีมบำรุงผิว ให้ดียิ่งขึ้น เช่นการจับคู่ระหว่าง ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด และสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในตัว

เพราะเวลาครีมกันแดดออกฤทธิ์ ปกป้องผิวจากรังสียูวี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ก็จะทำงานได้ดีขึ้น เพื่อยับยั้งรังสียูวี ที่อาจเล็ดลอดเข้ามาทำลายผิว และก่อตัวได้ดีขึ้น เพื่อยับยั้งปัจจัยอื่น ที่จะมาทำร้ายผิว

หากครีมกันแดดที่คุณใช้ ไม่มีส่วนผสม ของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ลองใช้ครีมอื่น ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ควบคู่ไปด้วยกันได้เช่นกัน นอกจากนี้ การจับคู่ระหว่าง สารเรตินอยด์และไฮโดรควิโนน จะทำให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถลบเลือนจุดด่างดำ ได้ดียิ่งขึ้น

การดูแลผิวหน้า พร้อมบอกเทคนิค สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

การดูแลผิวหน้า

 1. สิ่งที่ควรทำ

  • น้ำเย็นช่วยได้ : การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นๆ ในตอนเช้า จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น ช่วยกระชับรูขุมขน นอกจากนี้ ยังช่วยลดบวมให้ใบหน้าหลังตื่นนอนได้อีกด้วย
  • ซับหน้าเบาๆ : ไม่ควรเช็ดถูหน้าแรง ๆ นะคะ เพราะนั่นคือการทำร้ายผิว ทำให้เกิดความระคายเคือง และริ้วรอยตามมาในที่สุด
  • เลือกครีมบำรุงผิวให้เหมาะ : ใช่ว่าครีมบำรุงผิวอะไร ก็ทาบนใบหน้าเราได้ เหมือนกันทุกคน เพราะผู้หญิงแต่ละคน มีสภาพผิวที่แตกต่างกันไป ฉะนั้นควรเลือก ครีมบำรุงที่เหมาะกับผิวของตัวเอง

อย่างเช่น สาวผิวแห้ง หากเลือกใช้ครีม บำรุงผิวสำหรับคนผิวมัน ก็จะทำให้ผิวยิ่ง แห้งมากขึ้น เพราะครีมมีคุณสมบัติ ลดความมันในผิว สุดท้ายก็ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย หรือการนำครีมสำหรับกลางคืน มาทาตอนกลางวัน นอกจากจะเหนอะหนะผิว คุณอาจจะฟื้นฟูผิวไปพร้อมๆ กับซึมซับแสงแดดเข้าสู่ผิวแบบเต็มๆ

  • ทาครีมกันแดด : นอกจากต้องทาครีมกันแดดที่ใบหน้า เป็นประจำทุกวันแล้ว หากมีกิจกรรมกลางแจ้ง ออกไปเจอแดดเป็นเวลานานๆ อย่าลืมทาครีมกันแดด ทั้งที่หน้าและตัว

เพราะแสงแดด จะทำให้ผิวหน้า และผิวกายของเราหมองคล้ำได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้าคุณเป็นสาวที่มีไลฟ์สไตล์ Out Door ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีค่า PA +++ เพื่อจะได้ป้องกันทั้ง UVA UVB ค่ะ

  • ใส่แว่นกันแดด : ใครบอกว่าใส่แค่แฟชั่น จริงๆแล้วแว่นกันแดด จำเป็นมากค่ะ เพราะเมื่อเราต้องเผชิญแสงแดด ควรสวมแว่นกันแดดไว้ เพื่อช่วยถนอมสายตา รวมถึงป้องกันริ้วรอย และรอยหมองคล้ำใต้ตา สำคัญผิวบริเวณรอบดวงตา บอบบางมาก เกิดริ้วรอยง่ายกว่าที่อื่น ต้องดูแลให้ดี
  • นอน นอน นอน : การนอนหลับ ถือเป็นช่วงเวลา ที่ร่างกายทำงานน้อยที่สุด และเป็นเวลาที่ ร่างกายผลิตเซลล์ผิวใหม่ ฉะนั้นควรนอนหลับให้สนิท โดยปราศจากสิ่งรบกวนใด อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง และควรนอนก่อนเที่ยงคืน เพราะหากเกินกว่านั้นร่างกายจะเสียสมดุลได้
  • ล้างให้หมดจด : การทำความสะอาดผิว ให้หมดจดก่อนเข้านอน ด้วยการใช้ออยล์ หรือคลีนเซอร์ เพื่อล้างเครื่องสำอางออก ไม่อย่างนั้นอาจเกิดสิว และปัญหาผิวอย่างอื่นตามมาได้

ที่สำคัญคือต้องเช็ดเบาๆ เพื่อลดการเกิดริ้วรอย และควรขัดผิวเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่า ครีมบำรุงต่าง ๆ ซึมสู่ผิวได้ดีค่ะ

  • ดื่มน้ำมากๆ : น้ำช่วยเติมความชุ่มชื่นทำให้ผิวสดใส แถมยังช่วยล้างพิษ ในร่างกายอีกด้วย สำหรับสาวๆ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วค่ะ
  • บริหารหน้า : นอกจากยืดเส้นยืดสายแล้ว อย่าลืมบริหารใบหน้าด้วยการนวดหน้า ขยับใบหน้าไปมา ลองพูดคำว่า อา อู อี และกลอกตาซ้าย-ขวา ขึ้น-ลง สลับกัน บริหารหน้าสัก 10 นาทีทุกวัน จะช่วยให้ใบหน้ากระชับ และลดเลือนริ้วรอยได้ค่ะ

2. สิ่งที่ไม่ควรทำการทาครีมบำรุงผิว

  • กดสิว บีบสิว : จะทำให้เกิดปัญหาผิว ในระยะยาวได้ค่ะ และสิ่งที่ตามมา ก็คือหน้าพัง หน้ามีหลุมสิว มีรอยดำ และอาการสิวเรื้อรังมากวนใจ
  • เปลี่ยนเครื่องสำอางบ่อยๆ : เพราะผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อาจสร้างปัญหา ให้ผิวของคุณได้ เช่น เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง หากจำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ ควรศึกษาผลิตภัณฑ์ให้ดี

ปรึกษาคุณหมอลองทดสอบว่าแพ้ด้วยการทาที่ท้องแขนหรือบริเวณหลังใบหูทิ้งไว้สัก 15-30 นาที หรือจะขอตัวอย่าง ทดลองใช้เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาผิวก่อนตัดสินใจซื้อก็ดีนะคะ

  • หลับพร้อมเครื่องสำอาง : การนอนทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอาง นั้นเป็นการเพิ่ม อัตราการป่วยเป็นภูมิแพ้ได้ นอกจากนี้ ยังเพิ่มตัวกระตุ้นการเกิดสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องสำอางที่มีน้ำมันเป็นพื้นฐาน
  • ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ : การสวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำ เป็นการลงน้ำหนักตัว ที่ไม่สมดุล มีผลเสียต่อกระดูก สันหลัง และกล้ามเนื้อขาและเท้า อาจทำให้ข้อเสื่อมก่อนวัยได้ ควรสลับใส่รองเท้าส้นแบน เพื่อให้หลังและขาได้พักบ้างนะคะ
  • ไม่ออกกำลังกาย : การที่ร่างกายไม่ฟิต แอนด์ เฟิร์ม น้ำหนักตัวเกินมาก นอกจากจะเป็นบ่อเกิดของปัญหาสุขภาพแล้ว ยังทำให้คุณดูไม่สดใส ไม่กระปรี้กระเปร่า และที่สำคัญแก่กว่าวัยอีก
loading...