รักษาหลุมสิวอย่างไร ให้ได้ผล

การรักษาหลุมสิว

หลุมสิวคืออะไร

เป็นการเกิดการอักเสบ อย่างรุนแรงใต้ผิวหนัง ที่ชั้นหนังแท้ ซึ่งปกติแล้ว จะมีหนองเกิดขึ้นด้วย ทำให้คอลลาเจน บริเวณนั้นถูกทำลาย ซึ่งคอลลาเจน เป็นตัวที่ช่วยเสริมสร้าง และซ่อมแซมผิว เมื่อไม่มีตัวช่วยรักษาผิวแล้ว ผิวที่เป็นแผลก็หายช้า เกิดเป็นแผลเป็น ใต้ผิวหนังที่เรียกว่า พังผืด ดึงรั้งให้กลายเป็นหลุม

สาเหตุที่แท้จริงในการเกิดหลุมสิว

คนส่วนใหญ่ มักเข้าใจว่า หลุมสิวเกิดจาก การที่เป็นสิว แล้วไปแกะ บีบ หรือยุ่งกับมัน มากเกินไป จนทำให้เกิดแผล อันที่จริงหลุมสิว ที่เกิดจากสาเหตุดังกล่าว เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น การเกิดหลุมสิว ที่เราเป็นกันนั้น ยังรวมถึง การที่เป็นสิวอักเสบ แล้วละเลยไม่สนใจ ปล่อยทิ้งไว้ ไม่ยอมดูแลใ ห้หายอีกด้วย เนื่องจาก การอักเสบมันมีมาก และไม่ได้รับการรักษา ทำให้ผิวหน้า ในส่วนนั้นถูกทำลายซ่อมแซม ตัวเองไม่ได้ จึงเกิดเป็นหลุมสิว นอกจากนี้ หลุมสิวก็ยังเกิดจาก กรรมพันธุ์ได้อีกด้วย

“หลุมสิว” เกิดจาก แผลเป็นหลังสิวหาย ซึ่งเกิดจาก สิวที่อักเสบรุนแรง ใต้ผิวหนัง เกิดพังผืด ผิวยุบตัวลง จึงเกิดเป็นหลุม ส่วนการรักษา หลายคนก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าการ “รักษาหลุมสิว” เป็นการรักษาที่ค่อนข้างยาก และใช้เวลาในการรักษานาน แต่ก่อนจะรักษา แพทย์ก็มักจะดูก่อนว่า จะใช้วิธีไหนในการรักษา ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับ ชนิดของหลุมสิว ความกว้าง และความลึกของหลุมสิว มาดูรูปแบบของหลุมสิวกันก่อนเลย จะได้เข้าใจว่าวิธีไหนเหมาะกับหลุมสิวแบบไหน

ชนิดของรอยหลุมสิว

  •   Ice Pick Scar

เป็นรอยหลุมจิกลึก ขอบแคบ ขนาดมักไม่เกิน 0.5 มม. แล้วอาจจะ กว้างเล็กน้อยที่ฐานของหลุม มักเกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตันให้หลุดออก เป็นรอยหลุมที่รักษาให้เรียบได้ยากที่สุด กว่าแบบอื่นๆ

  •  Box car Scar

เป็นรอยหลุมกว้าง ขนาดใหญ่ คล้ายล้อรถทับ ขนาดมักจะประมาณ 3-4 มม. ขอบและฐานหลุม ขนาดใกล้เคียงกัน มักจะพบพังผืด (fibrosis) เกาะติดในชั้นหนัง แท้ มักเกิดจากผลของอักเสบ ของสิวขนาดใหญ่ๆ หรือแผลเป็นอีสุกอีใส ทำให้เวลาดึงให้ตึง จะเรียบได้ยาก เป็นรอยหลุมที่รักษาได้ยากเช่นกัน

  • Rolling Scar

มีลักษณะ เป็นรอยหลุมฐานโค้ง คล้ายกะทะ พื้นนุ่ม เวลาดึงให้ตึง แล้วทำให้ ขอบแผลเรียบได้ มักเกิดจากผล ของอักเสบ ของสิวขนาดใหญ่ๆ ที่ได้รับการรักษามาบ้าง แต่การยุบตัวของสิว ไม่สัมพันธ์กับ การสมานผิว เป็นรอยหลุมสิว ที่ให้ผลการรักษา ได้ดีกว่ารอยหลุมแบบอื่น

การรักษาหลุมสิว มีกี่ประเภท?

การยิงเลเซอร์

วิธีที่ 1  : กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน

  • ทายากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามิน A เช่น RETIN A
  • ทาครีมลบรอยแผลเป็น,ริ้วรอยที่มีส่วนผสมเช่น VITAMIN E, AHA, BHA
  • ทานยากลุ่มที่สกัดจากอนุพันธุ์วิตามิน A [RETINOIDS] เช่น Roaccutance, Acnotin, Isotretinoin
  • ฉายแสง LED เช่น GentleWaves, Omnilux
  • ยิงแสง IPL
  • ยิงเลเซอร์ Smooth Beam
  • ยิงเลเซอร์ ND Yag
  • การใช้คลื่นวิทยุ RF เช่น PHONO
  • เหมาะกับหลุมสิวที่ตื้น หลุมสิวใหม่
  • เหมาะกับการ  รักษาหลุมสิว ประเภท Rolling Scars

วิธีที่ 2 : ทำให้เซลล์ผิว ด้านบนหลุดลอกออก ร่างกายจึงเกิด การซ่อมแซม และดันหลุมสิว ให้ตื้นขึ้นเอง

  • ลอกผิวด้วยกรดผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด AHA , BHA , PHA
  • แต้มกรด TCA
  • กรอผิวด้วยกรดอัญมณี Microdermabrasion
  • เลเซอร์ชนิดมีแผล กรอผิวด้านบนด้วยเลเซอร์ ความเข้มข้นสูงร้อนมาก เช่น CO2 / ERBIUM YAG
  • เหมาะกับหลุมสิวที่ตื้น, ลึกปานกลาง
  • หลุมสิวประเภท Box Scars, Rolling Scars

วิธีที่ 3 :การทำให้ผิวหนัง เกิดอักเสบ กระตุ้นให้ร่างกาย ซ่อมแซมตัวเอง โดยสร้างเซลล์ใหม่

  • Dermaroller ใช้ลูกกลิ้งที่เป็นเข็มเล็กๆกลิ้งตามผิวหนังลึกถึงชั้นหนังแท้
  • เลเซอร์ชนิดไม่มีแผล เช่น Fraxel re:store,Fine Scan, Mosaic, Fractional RF
  • เหมาะกับหลุมสิวตื้น ถึง ลึกปานกลาง,
  • หลุมสิวประเภท Ice Pick Scars, Box Scars, Rolling Scars

วิธีที่ 4 :การเติมเต็มหลุมสิวด้วยสารเติมเต็มการเติมเต็มหลุมสิว

  • ฉีด Filler [ Hyaluronic Acid ]
  • เหมาะกับหลุมสิวตื้น ถึง ลึกปานกลาง,
  • หลุมสิวประเภท Rolling Scars

วิธีที่ 5 : การตัดผังพืดใต้ผิวหนัง บริเวณหลุมสิวออกไป

  • การทำ Subcision ใช้เข็มที่มีใบมีด อยู่ปลายเข็ม เจาะ และ เอาใบมีดตัดพังผืด ใต้ฐานหลุมสิว
  • เหมาะกับหลุมสิวลึกปานกลาง, ลึกมาก
  • หลุมสิวประเภท Ice Pick Scars, Box Scars, Rolling Scars

วิธีที่ 6 :การศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว

  • ตัดรอยหลุม แล้วเย็บปิดให้ผิวหนังชิดกัน
  • นำผิวหนังส่วนอื่นมาปิดรอยหลุมสิว
  • กรีดผิวหนังเป็นวงรี แล้วเย็บปิด
  • ตัดหลุมสิวแล้วยกขึ้นมาให้ได้ระดับเดียวกับผิวหนัง
  • เหมาะกับหลุมสิวลึกมาก หรือขนาดกว้างใหญ่
  • เหมาะกับ รักษาหลุมสิว ประเภท Ice Pick Scars, Box Scars

หมายเหตุ : แต่ละวิธีมักจะใช้เวลารักษา อย่างต่ำประมาณ 6 เดือน จนถึงเป็นปี ทั้งนี้ก็เพราะ รอเวลที่คอลลาเจน จะสร้างเซลล์เนื้อเยื่อใหม่ ขึ้นมาทดแทน ซึ่งต้องได้รับ การกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ จึงจะสามารถ ทำให้กลับมา เป็นผิวที่เรียบเสมอกันได้ แต่ก็ไม่เหมือนเดิม ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะหลุมสิวแบบ Icepick กับ Box Scars

รู้แบบนี้แล้ว เวลาเป็นสิว เราต้องหมั่นดูแล เอาใจใส่เป็นพิเศษนะคะ เป็นไปได้อย่า บีบ แคะ แกะ เกา ค่ะ เพราะจะทำให้การรักษา ง่ายขึ้นกว่าเดิม มากๆ ค่ะ อยากมีใบหน้าที่สวยใสไร้สิวก็ต้องหมั่น ดูแลอยู่เป็นประจำกันนะคะ

loading...