วิธีการรักษาสิว สามารถป้องกันได้ง่ายๆ รักษาหายแน่ๆ

 

วิธีรักษาสิว

สิว นับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ ของใครหลายคน ทั้งสิวเสี้ยน สิวผด สิวอักเสบ สิวหัวช้าง มีทั้งสิวเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ ที่มักขึ้นมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณของ ใบหน้า แล้วก็ลามมาคอ และหลัง จนอาจทำให้เกิดแผลเป็น และแผลอักเสบได้

แต่สิวจะไม่ใช่ปัญหา ที่คุณจะต้องอีกต่อไป และหมดความกังวลใจ กับปัญหาเหล่านี้อีก เพราะเรามีวิธีรักษาสิว และวิธีป้องกันการเกิดสิวมาบอกค่ะ

สาเหตุของการเกิดสิว
สิว (Acne) ก็เป็นโรคผิวหนัง อีกชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ เป็นหนองด้วย พบมากที่ใบหน้า มากกว่าที่อื่น เกิดได้กับคนทุกวัย แต่มักเป็นมากที่สุด กับวัยรุ่น อายุระหว่าง 12-24 ปี ซึ่งโดยปกติแล้ว พออายุย่างเข้าเลขสาม สิวก็มักจะค่อยๆ หายไปเอง

ยกเว้น ในบางช่วง ที่ระดับฮอร์โมน ผันแปร เช่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ก็อาจมีมาให้เห็นบ้างประปราย ไม่ใช่โรคร้ายแรงอย่างที่คิดนะคะ

วิธีการรักษาสิว ที่ทุกคนพึงปฏิบัติ

การรักษาสิว

1. หยุดเอามือสัมผัสหน้า หรือเท้าคางเวลาคิด

เพราะมือของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้สิวเห่อได้ และอย่าบีบ แกะ เกาสิว จะทำให้เกิดรอยแผลเป็น รอยดำจากสิว รอยนูน หรือ รอยหลุมจากสิวขึ้นบนหน้าได้ ดังนั้น ถ้าไม่อยากมีรอยแผลเป็นเอาไว้เตือนใจละก็ ดูแต่ตา (มืออย่าต้อง) เป็นดีที่สุดจร้าๆ

2. ดูแลรักษาความสะอาดให้ถูกวิธี

  • ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เช่น สบู่ เจล โฟม ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวมัน และมีตัวยาป้องกันการเกิดสิว
  • ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น ด้วยสบู่ หรือคลีนเซอร์อย่างอ่อน ที่ไม่ระคายเคือง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู
  • จำไว้ว่าไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื่น โดยไม่ได้ช่วยป้องกันสิวแต่อย่างใด
  • เมื่อใช้คลีนเซอร์ล้างหน้า ต้องล้างออกให้หมดจด อย่าให้มีคราบตกค้าง
  • ที่สำคัญ คือต้องล้างให้ขึ้นไปตีนผม เพื่อล้างน้ำมันและคราบสกปรก ที่อาจจะเป็นตัวก่อสิวออกไป สำหรับคนที่มีผมมัน ควรสระผมทุกวัน
  • ล้างหน้าทุกครั้ง หลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก แต่เน้นว่า ต้อง ล้างด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกขัด ถู ทั้งหลายให้หมด รวมทั้งสบู่ที่ค่อนข้างแรง เพราะนอกจากไม่ช่วยให้สิวหาย ยังอาจทำให้ระคายเคืองหรือติดเชื้อมากขึ้นกว่าเดิม
  • หน้ามันมาก อาจต้องใช้โลชั่นเช็ดหน้า หรือใช้ยารับประทานกลุ่ม Retionoids หรือ ยาคุมกำเนิดกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดหน้ามัน

3. โกนหนวด ให้ถูกวิธีเพื่อความปลอดภัย
การโกนหนวด ก็มีผลกับสิวเหมือนกัน เพราะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างความระคายเคืองให้กับผิว

วิธีการโกนหนวดที่ถูกต้องและปลอดภัย :

คือ ให้เลือกที่โกนหนวด ที่เหมาะมือ (จะได้ไม่พลาดพลั้งเวลาโกน) ใบมีดคม (ทำให้โกนง่าย) และใช้สบู่และน้ำ ทำความสะอาดหนวดเสีย ก่อน แล้วจึงค่อยชโลมครีม โกนหนวดลงไป จะทำให้เส้นขนนุ่มและโกนง่ายขึ้น

4. ไม่ควรอาบแดด
หลายคนเข้าใจผิดว่า อาบแดด ช่วยให้สิวยุบ จริงๆแล้วไม่เกี่ยว กันเลย แต่ที่เราเห็นเป็นอย่างนั้น เพราะสีผิวที่คล้ำขึ้น ทำให้มองเห็นเม็ดสิว ไม่ชัด และแสงแดดทำให้ผิวแห้งขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้าจะพูดถึงผลระยะยาว การอาบแดดมีแต่ภัยร้ายทั้งนั้น

ทำให้ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย แถมยังอาจ มีมะเร็งผิวหนังเป็นของแถม และสำหรับคนที่ทายาแก้สิว การถูกแสงแดด แรงๆ จะทำให้ผิวไหม้เสียด้วย

5. เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะสม

การล้างหน้า

  • เลือกครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 เพื่อป้องกันความมันของเนื้อครีม
  • ครีมบำรุง เลือกที่ไม่มีส่วนผสมของ น้ำมัน และไม่ควรมัน ไม่มีฮอร์โมนผสมในครีมบำรุง
  • ช่วงที่รักษาสิว ถ้าจะให้ได้ผลดี ให้เปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอาง ประเภทปราศจากน้ำมัน (oil-free) ไม่ว่าจะเป็นรองพื้น บรัชออน อายแชว์โดว์ หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์
  • อย่าตื่นตกใจ ถ้าช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการรักษาสิว อาจจะทารองพื้นยากไปสักนิด
  • เพราะตัวยาบางประเภท เช่น topical tretinoin หรือ benzoyl poroxide ทำให้ผิวแดง หรือเป็นสะเก็ด แต่ไม่นานอาการนี้จะหายไปเอง
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผม หรือจัดแต่งทรงผมสักระยะ เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มักตกค้างอยู่ ที่รากผม ให้เกิดสิว หรือก่อให้เกิด การระคายเคืองเพิ่มขึ้น
  • เลือกใช้เครื่อง สำอางที่มีป้ายระบุบอกว่า noncomedogenic  ที่ไม่ก่อให้เกิดสิว
  • ครีมแก้แพ้ หรือ สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin)

6. ทำความสะอาดรูขุมขนด้วยสมุนไพร
ทำความสะอาดรูขุมขนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง  ด้วยไอน้ำจากสมุนไพร ธรรมชาติ ถือเป็น  “วิธีการรักษาสิว”  และป้องกันสิวได้อย่างเห็นผลมากๆค่ะ

ส่วนผสม :

  • ใบไธม์แห้ง (thyme-เป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง) 2 ช้อนโต๊ะ
  • ลาเวนเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำร้อน 1 ชามอ่าง

วิธีทำ :

วิธีทำง่ายๆ แค่นำส่วนผสมใส่รวมกันในชาม แล้วใช้ผ้าขนหนู คลุม ศรีษะไว้เหนือชาม เพื่อให้ใบหน้าได้รับ ไอน้ำจากสมุนไพร ทั้งสองชนิด ประมาณ 10 นาที ระวัง อย่าเอาหน้าเข้าไปใกล้เกินไป ผิวอาจจะเกิดอาการแสบ เพราะความร้อน :

สรรพคุณ :

สมุนไพรทั้งสองชนิด มีคุณสมบัติในการปกป้อง ผิวจากเชื้อจุลินทรีย์ และช่วยไม่ให้เกิดการติดเชื้อ

การออกกำลังกาย

7. ออกกำลังกาย
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกาย ช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดี มีออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้เต็มที่ และจะช่วยให้คุณมีผิว ที่สวยงามขึ้นด้วย ควรให้เวลาที่เพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อ สัปดาห์

8. กินเพื่อสุขภาพ

  • งดอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย เช่น อาหารมัน อาหารรสจัด ทุเรียน ขนมหวาน ไอศครีม เป็นต้น ก็เพราะว่า เรากินอะไรก็ได้อย่างนั้น ดังนั้นกินไขมันหน้ายิ่งมัน ทนได้ก็กินไปค่ะ
  • ควรรับประทานผักและผลไม้ จำพวกถั่ว และเมล็ดธัญพืช ในอาหารประจำวันของคุณ เพราะประกอบไปด้วยแร่ธาตุ และวิตามินมากมาย ที่ช่วยในการบำรุง ผิวพรรณของคุณให้สวยเปล่งปลั่ง

9. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
พักผ่อนให้เพียงพอ  เพราะขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหนังจะฟื้นฟูสภาพตัวเองที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง หน้าตาจะสดใสขึ้นค่ะ

10. จัดการความเครียด
สาเหตุของการเป็นสิวที่พบบ่อยคือความเครียด ดังนั้นควรหาวิธีผ่อนคลาย เพราะจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง รวมทั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาวในร่างกายดีขึ้น

11. ทำดีท็อกซ์ หรือ การล้างสารพิษ
การเป็นสิว ย่อมแสดงว่าร่างกาย ในช่วงนั้นมีท็อกซิน หรือพิษสะสม ในร่างกาย การทำดีท็อกซ์ จะช่วย ขจัดสารพิษในร่างกายได้

loading...