วิธีรักษารอยดำจากสิว ให้จางลงภายใน 2 อาทิตย์

สิวบนใบหน้านั้น นอกจากจะสร้าง ควาบเจ็บปวดทางกายแล้ว ยังสร้างความเจ็บปวดใจ ให้กับหลายๆคนอีกด้วย แม้ว่าสิวจะหายไปแล้ว ก็ยังหลงเหลือรอยดำ รอยแดงรอยแผลเป็นจากสิวเอาไว้ให้ปวดใจ

เราจะนำเสนอ 3 ตัวช่วยที่เป็น วิธีรักษารอยดำจากสิว รอยดำจากสิว บนใบหน้าของคุณ หลายคนโดยเฉพาะคุณผู้หญิง ที่ดูแลผิวพรรณสม่ำเสมอ คงจะรู้จักตัวช่วยเหล่านี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว

แต่ Admin คิดว่าคงมีอีกหลายคน ที่ยังไม่รู้โดยเฉพาะผู้ชาย ที่ไม่ใส่ใจอะไรใช้สบู่ถูตัว มาล้างหน้าอยู่บ่อยๆอย่าง Admin เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า 3 ตัวช่วยที่ว่านี้มีอะไรบ้าง

สครับหน้า

1. สครับหน้า (face scrub)

โดยปกติแล้ว แต่ละคนก็คงมีผลิตภัณฑ์ ทำความสะอาดใบหน้า ที่ถูกใจกันอยู่แล้ว หรือบางคน ก็ยังไม่มีตัวไหนที่ถูกใจ อาจจะกำลังลอง เปลี่ยนแบรนด์ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ทราบว่าได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม facial scrub กันดูบ้างหรือยัง

การสครับหน้า หรือการขัดผิวหน้า มีส่วนช่วยให้รอยดำ จากสิวบนใบหน้าของคุณจางเร็วขึ้น เพราะเนื่องจากการสครับ จะช่วยให้ทำความสะอาด ใบหน้าได้ล้ำลึกแล้ว ยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

ที่เกาะอยู่บนบริเวณ ผิวหนังชั้นนอก รวมถึงที่บริเวณ รอยดำจากสิวบนใบหน้า ของคุณให้สามารถหลุดออก ได้เร็วขึ้นอีกด้วย และเมื่อเซลล์ผิวเก่าหลุดลอกไป ก็จะเปิดโอกาสให้เซลล์ผิวใหม่ ขึ้นมาแทนที่

ทำให้ผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์กระจ่างใส จุดด่างดำต่างๆรวมทั้งรอยดำจากสิวดูจางลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ให้คุณเปลี่ยนมาใช้ facial scrub ทุกวัน เพราะการทำสครับนอกจากจะมีข้อดีแล้ว

ยังมีข้อเสียคือ จะทิ้งร่องรอยจาการขัดผิว เอาไว้ได้ซึ่งส่วนใหญ่ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ดังนั้นควรใช้ facial scrub อาทิตย์ละ 1 ครั้งส่วนวันอื่นๆ ก็ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าที่คุณใช้อยู่ประจำ

แต่ถ้าหากคุณ กำลังเป็นสิวอักเสบ ควรหลีกเลี่ยง การสครับหน้า เพราะจะทำให้สิว เกิดการระคายเคือง และอักเสบมากขึ้น นอกจากผลิตภัณฑ์สครับ ที่เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์ที่เรารู้จักกันดีแล้ว

ยังมีสครับ ที่ทำจากธรรมชาติคือใช้เกลือ น้ำตาล หรือธัญพืชต่างๆ เป็นเม็ดสครับสำหรับขัด มีข้อดีต่างจากแบบเครื่องสำอางค์ คือไม่มีสารเคมี ทำให้เกิดการแพ้ หรือการระคายเคืองน้อย

แต่ต้องระวัง เรื่องขนาด และเหลี่ยมคม ของสิ่งที่นำมา ทำเม็ดสครับสำหรับขัด เพราะอาจจะทำให้เกิด การอักเสบ และรอยขัดบนใบหน้า ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ เวลาที่ดีที่สุดในการทำสครับนั้น คือช่วงเวลาเย็นถึงกลางคืน

เพราะหลังจากที่ได้มี การใช้สครับแล้ว ขณะที่ร่างกาย ได้มีการหลับพักผ่อน เซลล์ผิวจะได้รับการซ่อมแซม และฟื้นตัวจากการสครับ เซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ และหลังจากควรใช้สครับควรจะมีการบำรุงผิวด้วย

ครีมบำรุง ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ และคอลลาเจน เพื่อให้ผิวคงความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งหลังจาการสครับ จะทำให้เนื้อครีมบำรุง สามารถซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น และควรหลีกเลี่ยง การเจอแสงแดดทั้งทางตรงและทางอ้อม

2. ไวท์เทนนิ่งครีม

whitening-cream อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญใน วิธีรักษารอยดำจากสิว ให้ดูจางลงก็คือไวท์เทนนิ่งครีม เพราะไวท์เทนนิ่งครีม จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้น การลดปริมาณเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวขาวขึ้น และจุดด่างดำต่างๆ ดูจางลง

ในไวท์เทนนิ่งครีม แต่ละตัวก็มีส่วนผสม ที่แตกต่างกันไป และมีมากมายหลากหลายแบรนด์ ยิ่งในช่วงนี้ ที่กระแสผิวขาวเกาหลี กำลังมาแรง ยิ่งมีมากมายจนเลือกไม่ถูก เราจึงขอแนะนำ เฉพาะส่วนผสม ที่น่าสนใจ ในไวท์เทนนิ่งครีม

  • วิตามินซีการทาครีมผิวหน้า

ช่วยในการต้าน อนุมูลอิสระ ช่วยผลิตคอลลาเจน ในชั้นผิวซึ่งเป็นหนึ่ง ในโครงสร้างสำคัญของผิว มีส่วนช่วยในการรักษา ผิวบอบบาง ควบคุมความมัน ลดรอยดำจากสิว ช่วยลดเลือนริ้วรอย และบำรุงผิว ให้ดูมีชีวิตชีวา

  • วิตามินอี

ช่วยลดอัตรา การทำลายของแสงแดด ที่ทำให้เกิดรอยแดง ลดอัตราการ เกิดมะเร็งผิวหนัง จากแสงแดด ช่วยชลอความชราภาพของผิว รักษาแผลเป็น ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวชุ่มชื้น และลดความหยาบกร้านของผิว

  • โปรวิตามินบี5

ทำหน้าที่เป็น humectant หรือสารกักเก็บ ความชื้นที่ดี ช่วยเป็นเกราะให้กับผิว (skin barrier) ป้องกันการสูญเสียความชื้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผิวที่แห้ง โดยจะช่วยให้ความชุ่มชื้น ปกป้องไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น

ให้ผิวนุ่มแล้วเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว บรรเทาอาการคัน จากการแพ้ ลดรอยแดง ช่วยสมานแผล และเร่งการสร้างเนื้อเยื่อชั้นผิวใหม่ ลดการอักเสบของผิว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ ผิวที่เป็นสิว เป็นแผล เป็นผื่นคัน มีอาการแพ้

  • วิตามินบี3 หรือ Niacinamide

Niacinamide เป็นสารที่ช่วยให้เซลล์ ทำงานทำงานได้เป็นอย่างเป็นปกติ (Cell Singnaling Substance) โดยช่วยกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ เสริมการสร้าง lipid ในชั้น stratum corneum

และเพิ่มระดับ ceramide ในชั้น epidermis ซึ่งช่วยลดการสูญเสียน้ำในเซลล์และเสริมชั้นเกราะป้องกันของผิว

  • Alpha-Arbutin

เป็นสารสกัด จากพืชบริเวณตอนเหนือ ของประเทศแคนาดา ช่วยยับยั้งการสังเคราะห์ เม็ดสีในชั้นหนังกำพร้า ไม่เป็นพิษต่อผิวหนัง

  • Salicylic Acid

ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกให้หลุดออกไป และลดรอยหมองคล้ำ

  • Alpha Hydroxy Acids (AHA)

AHA ไม่สามารถ ไปทำปฏิกิริยา เพื่อลดการผลิต หรือยับยั้งเมลานิน จึงไม่มีคุณสมบัติทางตรง ในการเป็นไวท์เทนนิ่ง แต่ AHA ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว และกระตุ้นกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ดีขึ้น

จึงเป็นผลทางอ้อมให้เซลล์ผิวเก่า ที่คล้ำเสียจากเมลานิน ถูกผลักจากด้านล่าง และขจัดออกไปเป็นขี้ไคล จึงเป็นเหตุให้ AHA มีคุณสมบัติทางอ้อมในการเป็นไวท์เทนนิ่ง

  • Licorice Extract

สารสกัดจากรากของ ชะเอมเทศ มีคุณสมบัติ เป็นไวท์เทนนิ่ง ช่วยให้ผิวขาวใส อย่างเป็นธรรมชาติ โดยจะไปยับยั้ง การทำงานของเอนไซม์ ไทโรซิเนส (tyrosinase)ไม่ให้ไปสร้างเม็ดสีเมลานิน

ช่วยลดการเกิดฝ้า กระ รอยดำจากสิวได้ดี ทำให้เซลล์ผิวที่มีรอยหมองคล้ำจางลง นอกจากนี้ยังสามารถลดอาการอักเสบ และระคายเคืองของผิวได้

นอกจากนึ้ ยังมีส่วนผสม ที่เป็นสูตรเฉพาะของ แต่ละบริษัทอีก แต่ส่วนสำคัญที่สุด สำหรับการเลือกไวท์เทนนิ่ง สำหรับผิวหน้านั้น ก็คือเลือกที่ดูน่าเชื่อถือ ปลอดภัย มันไม่คุ้มนะครับ

ถ้าจะเอาผิวหน้า ของเราไปเสี่ยงกับ คำโฆษณาเกินจริง เวลาเลือกซื้อก็ควรจะซื้อ หลอดเล็กๆก่อน เพราะถ้าเกิดอาการแพ้ จะได้ไม่ต้องเสียดายเงิน

3.ครีมกันแดด

ครีมกันแดด เกี่ยวข้องกับการลดเลือน รอยดำจากสิวอย่างไร แต่หารู้ไม่ว่า ครีมกันแดดเป็นสารตัวเดียว ที่สามารถอธิบาย อย่างเป็นหลักวิทยาศาสตร์ และมีผลวิจัยรับรองแน่นหนาว่าการทากันแดด ที่สามารป้องกันได้ทั้ง UVA-UVB และเป็น ” วิธีรักษารอยดำจากสิว “ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพียงอย่างเดียว ทุกวันติดต่อกัน เราก็สามารถ ลดเลือนจุดด่างดำ รอยดำจากสิว และปรับสีผิวได้แล้ว และจะเห็นว่าในไวท์เทนนิ่ง หลายๆตัว ก็มีการใส่สารกันแดด ลงไปด้วย ไม่ว่าคุณจะมีปัญหา รอยแผลเป็นจากสิวหรือไม่

การทาครีมกันแดด เป็นกิจวัตรประจำวัน ที่จะขาดเสียไม่ได้ เพราะครีมกันแดด จะช่วยปกป้องผิว ของเราจากการถูกทำร้าย จากรังสี UV ป้องกันมะเร็งผิวหนัง

และถ้าคุณเป็นคน ที่มีปัญหารอยดำจากสิวแต่ ไม่เคยใช้ครีมกันแดด เลยควรรีบไปหามาใช้ เพราะนอกจากครีมกันแดด จะช่วยปกป้องคุณจากแสงแดดแล้ว ยังป้องกันไม่ให้รอยดำจากสิวของคุณดำมากขึ้น และถ้าหากใช้เป็นประจำ อย่างต่อเนื่อง จะทำให้รอยดำจากสิวจางลงอีกด้วย

เวลาที่เราจะเลือกครีมกันแดด ก็จะเจอกับเจ้า SPF ซึ่ง SPF ย่อมาขาก Sun Protection Factor ซึ่งเป็นค่าตัวเลข ที่ใช้แสดงประสิทธิภาพ ของการป้องกันแสงแดดนั่นเอง ซึ่งค่า SPF ที่ดีนั้นควรระบุ คุณสมบัติ ในการป้องกันรังสียูวี ให้ครบทั้ง UVA และ UVB

UVA จะไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยและเป็นริ้วรอย
UVB จะไปทำให้ เกิดการผลิต เม็ดสีผิวเมลานิน ซึ่งทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดจุดด่างดำ รอยดำจากสิวก็จะดำมากขึ้นไปอีก เกิดฝ้า และกระ อีกทั้งทำให้ผิวร้อน แดง และไหม้เกรียม

ค่า SPF นั้นยิ่งมาก ก็จะยิ่งป้องกัน แสงแดดได้ดีและยาวนานกว่า แต่ก็ใช่ว่าค่า SPF สูงๆนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีเสมอ ไปคนส่วนใหญ่มักคิดว่าการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆนั้นจะช่วกันแดดได้ดีกว่า

โดยหารู้ไม่ว่า การใช้ค่า SPF สูงๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดอาการ ผิวดื้อสารกันแดด ทำให้เวลา ไปเจอแดดแรงๆ แล้ว ผลิตภัณฑ์ ไม่สามารถ ป้องกันแดดได้ตามประสิทธิภาพที่ระบุไว้ ทำให้ผิวคล้ำได้ง่ายแม้จะทาผลิตภัณฑ์ป้องกันมาแล้วเป็นอย่างดี

วิธีรักษารอยดำจากสิว กับความรู้ครีมกันแดด

สูตรการคำนวณค่า SPF กับประสิทธิภาพในการป้องกันแดด
ค่า SPF x 15 = ระยะเวลาเป็นนาทีที่จะป้องกันแดดได้ดีที่สด
SPF08: 8×15=120 นาที หรือ 2 ชั่วโมง
SPF15: 15×15=225 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที
SPF30: 30×15=450 นาที หรือ 7 ชั่วโมง 30 นาที
SPF50: 50×15=780 นาที หรือ 12 ชั่วโมง 30 นาที

ทาครีมกันแดด

สำหรับชาวออฟฟิศ ที่ไม่ค่อยได้ออกแดดค่า SPF15 ก็เพียงพอ แต่ถ้าในวันที่ ต้องออกแดดแรงๆ ก็เลือกใช้ตามความเหมาะสมครับ อีกเรื่องหนึ่ง ของครีมกันแดด ที่สำคัญไม่แก้กันคือครีมกันแดด

สำหรับผิวหน้า กับผิวกาย ควรจะแยกใช้ ไม่ควรนำครีมกันแดด สำหรับผิวกาย มาใช้บนใบหน้า อย่างที่เรารู้กันว่า ผิวหน้านั้น บอบบางกว่าผิวกายมาก และควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าของคุณ

เนื่องจากปัจจุบัน มีครีมกันแดด สำหรับผิวหน้ามากมาย หลายแบบหลายยี่ห้อ ทั้งแบบสำหรบผิวมัน สำหรับผิวแห้ง ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่า แบบไหนยี่ห้อไหน จะเหมาะกับผิวคุณมากที่สุด

เพราะผิวคนเรา ไม่เหมือนกัน คงต้องเลือก และทดลองด้วยตัวคุณเอง ส่วนคนที่ไม่เคย ใช้ครีมกันแดด มาก่อนเลย เรามีตัวเลือก ซักสองสามแบรนด์ได้แก่ หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือเดินเข้าไปปรึกษาตามร้านขายยาใหญ่ๆใกล้บ้านคุณ

และถึงแม้จะทากันแดด แล้วก็ควรหลีกเลี่ยง การสัมผัสกับแดดแรงๆ จะเป็นการป้องกันผิว คุณจากการถูกทำร้าย จากแสงแดดได้ดีที่สุด หลายๆคน ก็คงจะพอเห็นภาพรวม แล้วว่าต้องใช้อะไรบ้าง

แต่ก็คงยังงงอยู่ว่า แล้วตกลงจะไปใช้ตัวไหน ของแบรนด์อะไรดี ก็ขอให้เลือกผลิตภัณฑ์ ที่ดูปลอดภัย และหน้าเชื่อถือทดลอง แล้วไม่เกิดอาการแพ้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ

อาจจะใช้เวลานานหลายเดือน กว่าจะเห็นผล ก็ขอให้อดทน และมีวินัยใช้ เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง รอยดำจากสิว บนใบหน้าของคุณ ก็จะจางลง และไม่ส่งผลเสีย ต่อผิวหน้าเหมือนกับผลิตภัณฑ์ ที่มีสารอันตราย รับรองว่าคุ้มค่า กับความพยายามแน่นอนค่ะ

loading...