เคล็ดลับหน้าขาว AHA เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

 

เคล็ดลับหน้าขาว

AHA เป็นคำย่อมาจากคำว่า Alpha Hydroxy Acid หรือบางคนเรียกเป็นภาษาไทยง่าย ๆ ว่า กรดผลไม้ จะว่าไปแล้ว AHA ไม่ใช่ของใหม่ เพราะสาว ๆ สมัยก่อนเขาก็นิยมเอาผลไม้บางชนิด เช่น แตงกวา แอปเปิล สตรอเบอรี ฯลฯ มาฝานเป็นแว่น ๆ แล้ววางบนหน้า ทำให้หน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง

ในผลไม้เหล่านี้มีสารบางอย่างที่เชื่อว่าสามารถทำให้ผิวหนังดูสดใสขึ้นได้ซึ่งก็คือ AHA นี่เอง แต่ในบางครั้งพบว่าในผลไม้บางอย่างอาจมีสารที่อาจจะระคายต่อผิวหนังได้ ฉะนั้นในปัจจุบันจึงมีการสกัดสาร AHA มาใช้โดยตรง เพื่อความสะดวกในการใช้และลดปัญหาเรื่องสารที่ระคายต่อผิว

AHA มีอยู่ในผลไม้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอ้อย แอปเปิลองุ่น หรือในนมเปรี้ยว แต่ AHA ที่มีโมเลกุลเล็กและเชื่อว่าสามารถแทรกซึมลงสู่ชั้นผิวหนังได้ง่ายที่สุด คือ GIycolic acid ซึ่ง AHA นี้จะไปมีผลลดแรงยึดเหนี่ยว ของเซลล์ในชั้นบนของหนังกำพร้า ซึ่งจริงๆแล้ว เคล็ดลับหน้าขาว ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

ซึ่งเป็นเซลล์ที่ตายแล้วและทับถมกันอยู่ ให้หลุดออกไปง่ายขึ้น และขณะเดียวกันก็สามารถกระตุ้นให้สร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ ๆ ที่แข็งแรงกว่ามาแทนที่ อีกทั้งยังเชื่อว่า AHA ในความเข้มข้นที่พอเหมาะจะสามารถกระตุ้นให้สร้างสารในชั้นหนังแท้ได้

โดยรวมแล้วผลที่จะได้คือทำให้ผิวดูสดใสขึ้น ริ้วรอยตื้น ๆลดลง ซึ่งจริง ๆ แล้วในวงการแพทย์เราใช้ AHA ในความเข้มข้นที่สูง เพื่อใช้ในการรักษาโรคทางผิวหนังบางอย่าง เช่น หูด ติ่งเนื้อ ฯลฯ ในปัจจุบันได้มีการนำเอา AHA ในความเข้มข้นที่ต่ำๆ มาผสมในเครื่องสำอางหลายชนิด ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตามแม้ AHA จะมีประโยชน์ แต่ก็ต้องรู้จักวิธีใช้เพราะคนที่ผิวแห้งหรือมีผื่นผิวหนังอักเสบบางอย่าง อาจเกิดการระคายต่อผิวหนังเป็นผื่นแดงคันได้ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังก่อนใช้

สรรพคุณ

  • เป็นสารช่วยลด ริ้วรอย สิว จุดด่างดำบนผิวหนังได้
  • เครื่องสำอางค์ที่มี AHA เป็นส่วนประกอบถูกจัดในอยู่กลุ่มเดียวกับสารเคมีสำหรับลอกผิว ซึ่งใช้งานกันในหมู่แพทย์ผิวหนังและศัลยกรรมพลาสติก
  • AHA ที่ใช้กันมากคือ (Glycolic Acid) กรดไกลโคลิก และ (Lactic Acid) กรดแลกติก

โดยปกติ SkinCare ที่วางขายในตลาดมีความเข้มข้น 10% หรือน้อยกว่า และบางยี่ห้อมีขนาดให้เลือก 10%-15% หรือมากกว่า แต่ในกรณีของผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง

สามารถใช้ได้ถึงระดับความเข้มข้น 20% -30% หรือสูงกว่านั้นAHA จัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เครื่องสำอางค์ทั่วไป แต่อยู่ในหมวดของเวชสำอางค์ (Cosmeceutical)

ตามองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ซึ่งให้ความสนใจเป็นพิเศษเนื่องจาก AHA ไม่เหมือนเครื่องสำอางทั่วไป แต่มันซึมผ่านเข้าไปในชั้นผิวหนังได้ และหากเข้มข้นพอก็จะลอกผิว ซึ่งเกิดผลในทางลบคือทำให้เซลล์ผิวเสื่อมเร็วขึ้น และยังทำให้ผิวหนังชั้นนอกบางลงด้วย

ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ AHA จำนวนหนึ่ง ใช้แล้วพบว่าผิวของตนไวต่อแสงอาทิตย์มากขึ้น หรือแพ้แดดนั่นเอง การทดลองใช้ Glycolic Acid เข้มข้นและต่อเนื่อง จะพบอาการผิวแดง

และทนต่อแสง UV ได้น้อยลงองค์การที่ดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภค ได้สรุปผลในการใช้ AHA อย่างปลอดภัย ให้มีความเข้มข้นไม่เกิน 10%

และเมื่อผสมพร้อมใช้จะต้องมีค่าความเป็น pH ไม่ต่ำกว่า 3.5 นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์นั้นยังต้องมีส่วนผสมที่ช่วยลดระดับความไวต่อแสงแดด หรือมีสารกันแดด หรือมีข้อความแนะนำให้ใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์สำหรับกันแดด

เคล็ดลับหน้าขาว และ วิธีดู AHA ในผลิตภัณฑ์ ต่างๆ

การใช้ AHA

ลองอ่านฉลากดู และมองหาชื่อสารเคมีต่อไปนี้

  • Glycolic Acid สกัดมาจาก อ้อย
  • Lactic Acid สกัดมาจาก นม
  • Malic Acid สกัดมาจาก แอปเปิ้ล และลูกแพร์
  • Citric Acid สกัดมาจาก citrus มะนาว
  • Tartaric Acid สกัดมาจาก องุ่น
  • Glycolic acid and Ammonium glycolate
  • Alpha-hydroxyethanoic and Ammonium AlphaHydroxyethanoate
  • Alpha-Hydroxyoctanoic Acid
  • Alpha -hydroxycaprylic Acid
  • Hydroyxycaprylic Acid
  • Mixed fruit acid
  • Tri-Alpha Hydroxy Fruit Acids
  • Triple Fruit Acid
  • Sugar Cane Extract
  • Alpha Hydroxy and botanical Complex
  • L-Alpha Hydroxy Acid
  • Glycomer in Crosslinked Fatty Acids Alpha Nutrium (3 AHAs) เป็นต้น

กลไกการออกฤทธิ์ของ AHA จะเป็นตัวการสำคัญในการควบคุมสมดุลของความชุ่มชื้นของผิวให้เป็นปกติ ซึ่งโดยปกติผิวหนังของคนเรานั้นจะมีกลไกควบคุมสมดุลของความชุ่มชื้น และถ้าความสมดุลเหล่านี้เสียไปจะเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นขึ้นมาได้

แต่ข้อเสียของ AHA คือเวลาใช้อาจเกิดการระคายเคือง รู้สึกตึงหรือคันยิบๆ ได้ ต้องจำไว้เสมอว่าหลัง AHA ควรทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงแสงแดด หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีต่างๆ

หรือสบู่ชนิดแรงบริเวณผิวหน้า 4-5 วัน เพราะอาจทำให้ผิวลอกมากและไหม้ได้ และหลังจากนั้นก็สามารถใช้เครื่องสำอางค์และยาอื่นได้ตามความปกติ

Glycolic Acid เป็นตัวที่นิยมมากที่สุด ถือเป็นสุดยอดแห่ง ” เคล็ดลับหน้าขาว ”  เลยก็ว่าได้ เพราะมี Molecule ที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดา AHAs ทั้งหมดซึ่่งสามารถซึมเข้าไปถึงผิวหนังชั้นกลาง ช่วยในการสร้าง Collagen และจะทำให้ผิวหนา แข็งแรงขึ้น ผิวก็จะดีและริ้วรอยต่างๆก็จะลดลง

AHA ที่มี Molecule เล็ก และเชื่อว่า สามารถแทรกซึมลงสู่ ชั้นผิวหนังได้ง่ายที่สุดคือ Glycolic acid ซึ่ง AHA นี้จะไปมีผลลดแรงยึดเหนี่ยว ของเซลล์ในชั้นบนของหนังกำพร้า

ซึ่งเป็นเซลล์ที่ตายแล้วมีการทับถมกันของเซลล์ ให้หลุดออกไปง่ายขึ้น และขณะเดียวกันก็สามารถกระตุ้นให้สร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ๆ ที่แข็งแรงกว่าแทนที่

อีกทั้งยังเชื่อว่า AHA ในความเข้มข้นที่พอเหมาะ จะสามารถกระตุ้นให้สร้างสารในชั้นหนังแท้ได้ โดยรวมแล้ว ผลที่ได้คือ ทำให้ผิวดูสดใสขึ้น ขาวเนียนขึ้น ผิวหนังมีความยืดหยุ่น แข็งแรงมากขึ้น

ริ้วรอยตื้นๆ ลดลง ซึ่งจริงๆ แล้วในวงการแพทย์ใช้ AHA ในความเข้มข้นที่สูง เพื่อใช้ในการรักษาโรคทางผิวหนังบางอย่าง เช่น หูด ติ่งเนื้อ เป็นต้น

 

AHA ควรเลือกใช้ ที่มีความเข้มข้น ประมาณ 8%-10% แต่อย่าต่ำกว่า 5% เพราะมันไม่ได้ผล เห็นผลช้าและค่า pH ประมาณ 3-4 (ดีที่สุด 3.5) ค่า pH ห้ามต่ำกว่า 3 มีกรดมากเกินไป ทำให้ระคายเคืองต่อผิว และห้ามเกินกว่า 4.5 มีประสิทธิภาพน้อยในการผลัดเซลล์ผิว ไม่ได้ผล

หรือบางคนใช้แล้วอาจจะไม่เห็นผล อาจจะเพิ่ม % ขึ้นเป็น 15% หรือ 20% สูงสุด ไม่ควรเกินกว่านี้ ถ้าเกินกว่านี้ ต้องทำโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเท่านั้น โปรดสังเกต เวลาเลือกซื้อ บางผลิตภัณฑ์จะบอกค่า pH ให้เรียบร้อย

และบางผลิตภัณฑ์ไม่บอก ก็ต้องลองเสี่ยงกันดู หรือเทสด้วยกระดาษ pH หาซื้อได้จากร้านของยาทั่วไป AHA ควรอยู่ในรูปของน้ำ เจล หรือเซรั่มจะดีที่สุด เนื่องจากสารละลายในน้ำได้ดี เบสครีมที่เข้มข้นจะทำให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ไม่ดีเท่าทีควร

วิธีใช้ผลิตภัณฑ์ AHA

สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้มาก่อน ควรเริ่มใช้ วันละครั้ง ตอนเย็นจะดีที่สุด ไม่เสี่ยงและเลี่ยงกับแสงแดดด้วยครับ ถ้าเริ่มชิน เพิ่มเป็นวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น แต่ถ้ามีอาการแพ้ เป็นผื่น ไหม้
ควรเลิกใช้ทันที หรือลดการใช้ลง จาก 2-3 ต่อสัปดาห์ และใช้ไปเรื่อยๆ อาการต่างๆ ก็จะค่อยลดลง

หลังจากล้างหน้าให้สะอาด ทาเสร็จจะรู้สึกตึง คันยุบยิบๆ แสบ รู้สึกวูบๆวาบๆ สักพักมันก็จะหายไป รอประมาณ 15-30 นาที อย่าใจร้อน อยากสวย หล่อ ต้องใจเย็นๆ รอให้มันซึมเข้าผิวไปให้หมดๆเสียก่อน

แล้วค่อยตามครีมบำรุงผิว ขั้นตอนต่อไป ประมาณ 2-3 อาทิตย์ อาการแสบ ยิบๆ ก็จะลดลง หรือถ้าไม่รู้สึกอะไรเลย แสดงว่าผิวเริ่มปรับสภาพแล้วครับ

คำเตือน

  1. ควรทาเว้น รอบดวงตา
  2. ถ้าทาตอนกลางวัน ต้องทาครีมกันแดดทับอีกชั้นหนึ่งเสมอ
  3. โดยเลือกใช้ครีมกันแดดคุณภาพที่ดี ที่ค่าตั้งแต่ SPF 15 ขึ้นไป
  4. เวลาทากันแดด อย่าทาน้อยจนเกินไป เพื่อปกป้องผิวคุณเอง เพราะผิวจะไวต่อแสงแดดมากและเป็นอันตรายต่อผิว
  5. หลังจากใช้ติดต่อกันประมาณ 5-8 สัปดาห์ รู้สึกว่าผิวดูขาว สิวลดลง ใส และเนียนขึ้น

กระบวนการหมุนเวียน การผลัดผิว เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และตลอดชีวิต การหยุดใช้ก็เป็นเหมือนการเริ่มต้น และสะสมเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ให้พอกพูนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นการใช้ AHA ควรใช้อย่างต่อเนื่องและตลอดไป

สามารถใช้ได้กับทุกๆสภาพผิว และคนที่ผิวแห้งหรือมีผื่นผิวหนังอักเสบบางอย่าง อาจเกิดระคายต่อผิวหนังเป็นผื่นแดงคันได้ ดังนั้น ถ้าจะให้ดี ควรจะปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังก่อนใช้เพื่อความปลอดภัยครับ

สรุป

  1. AHA มีคุณสมบัติในการ กระตุ้นเซลล์ ชั้นหนังกำพร้า ให้หลุดลอกออก
  2. เป็นหนึ่งใน เคล็ดลับหน้าขาว เร่งให้มีการสร้าง เซลล์ผิวหนังใหม่ ขึ้นมาแทนที่ ผิวหนังใหม่จึงดูสดใส ขาวนวลกว่า เหมือนผลัดผิวใหม่
  3. AHA จะมีส่วนช่วยให้ผิวขาวขึ้น ทำให้ริ้วรอยด่างดำ จางลงได้ หากไม่มั่นใจ ควรขอคำปรึกษา จากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง

 

loading...