ครีมรักษาหลุมสิว และ 5 วิธีรักษารอยแผลสิวที่ดีที่สุด

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterPin on Pinterest

ครีมรักษาหลุมสิว วิธีรักษาหลุมสิว รอยแผลสิว ที่ดีที่สุด

ครีมรักษาหลุมสิว

หลุมบ่อที่ว่านั้นสาเหตุหลักๆก็เกิดมาจากสิวเจ้ากรรม กับการรักษาสิวที่ไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะการไปบีบ กด เค้นสิวแบบไม่รู้จักกาละเทศะ

นึกจะบีบก็บีบ บีบแล้วหัวสิวมันไม่ออกสักที ก็พยายามบีบพยายามเค้นสิวมันอยู่นั่นแหละ ผลสุดท้ายก็ได้รับหลุมสิวมาให้เชยชมกันไป งามหน้ากันเลยทีนี้

1. รักษาหลุมสิว เดอร์มาโรลเลอร์ (Dermaroller)

เดอร์มาโรลเลอร์ Dermaroller หรือที่ผมให้คำจำกัดความว่า “ลูกกลิ้งเข็มทะลวงหน้า” เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวที่ใช้ลูกกลิ้งที่มีเข็มขนาดเล็กติดอยู่เป็น 100 เล่ม กลิ้งลงไปบนหน้าที่เป็นหลุมสิวของเรา

โดยระหว่างที่กลิ้งนั้นเราจะรู้สึกเจ็บแบบโครตๆครับ ไม่รู้จะใช่คำจำกัดความความเจ็บที่ว่านี้ได้ยังไงนอกจากคำนี้ เนื่องจากมันใช้เข็มกลิ้งไปบนหน้าของเราที่

และที่จะตามมานอกจากความเจ็บก็คือเลือด เลือดจะออกมาท่วมหน้าเลยทีเดียว ถึงตอนทำจะมองไม่เห็นแต่ก็รู้สึกได้ว่ามันออกเยอะ เพราะระหว่างที่ทำจะมีผู้ช่วยหมอคอยซับอยู่ตลอดเวลา

แต่ผลลัพธ์การรักษาหลุมสิวด้วย Dermaroller นั้นผมยอมรับได้ว่าช่วยเรื่องหลุมสิวได้มากกว่า 50% เลยทีเดียว แต่ว่าต้องใช้เวลารอคอยสักหน่อยประมาณ 6 เดือน

ถึงจะเห็นว่าหลุมสิวตื้นขึ้น เพราะต้องรอให้ผิวหน้าของเราค่อยๆรักษาตัวมันเอง ส่วนใครไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากเสียตัง แนะนำใช้  ครีมรักษาหลุมสิว ดีกว่าค่ะ ไม่เจ็บและไม่แพงด้วยค่ะ

ลองดูนะคะ รับรองว่าคุ้มค่ากับการทำ รักษาหลุมสิวด้วยเข็มทะลวงหน้า (Dermaroller) จากประสบการณ์จริง 100%

2. เลเซอร์ Fraxel รักษาหลุมสิว

Fraxel เป็นการยิงเลเซอร์ไปยังผิวหน้าของเรา โดยความร้อนจากเลเซอร์จะเข้าไปกระตุ้นเซลผิวชั้นคอลลาเจนบริเวณหลุมสิวของเรา ทำให้หลุมสิวของเราตื้นขึ้นได้

โดยข้อดีของ Fraxel  ก็คือไม่ต้องพักฟื้นนาน หน้าแดงสัก 2-3 ชั่วโมงก็หาย ไม่มีรอยไหม้เกิดขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงเช่นกัน เรื่องผลที่ได้นั้นก็ดีในระดับหนึ่ง แต่ต้องทำหลายครั้งถึงจะเห็นผลวิธีดูแลลบรอยสิว

3.รักษาหลุมสิวด้วย E-Matrix Laser

รักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์อีแมททริกซ์ E-Matrix Laser เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวด้วยการยิงลำแสงเลเซอร์เข้าไปเจาะรูเล็กๆที่บริเวณหลุมสิวของเรา

ซึ่งเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ โดยหลังทำจะเกิดเป็นสะเก็ดสีน้ำตาลเล็กๆบริเวณหลุมสิวหรือตำแหน่งที่ถูกยิง

แต่ 1-2 สัปดาห์ก็จะหายไปได้เอง ผลการรักษาหลุมสิวนั้นก็จะใกล้เคียง Frexel Laser ยิงตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปถึงจะเห็นผล

4. รักษาหลุมสิวด้วย Subcision

การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีเซาะพังผืด การรักษาหลุมสิวด้วย Subcision นั้นเป็นการเซาะพังผืดบริเวณหลุมสิวด้วยเข็มขนาดเล็กที่เรียกว่า “Nokor Needle”

โดยหัวเข็มนั้นจะเป็นมีดขนาดเล็ก เอาไว้แซะพังผืดสิวบริเวณหลุมสิวที่เป็นมานาน หากไม่แซะออกก็จะทำให้หลุมสิวตื้นได้ยาก เป็นวิธีการรักษาหลุมสิว

ที่มักจะเอาไปผสมผสานกับการรักษาหลุมสิวแบบอื่นๆ การรักษาหลุมสิวด้วยการทำ Subcision ร่วมกับ Dermaroller ซึ่งมันจะช่วยส่งเสริมกัน ให้การรักษาหลุมสิวได้ผลดียิ่งขึ้น

นี่ก็เป็นวิธีรักษาหลุมสิวที่ผมคิดว่าดีที่สุดจากประสบการณ์และข้อมูลที่ศึกษามา จริงๆแล้วการรักษาหลุมสิวนั้้นมีอีกหลายวิธี ซึ่งก็อาจจะมีตัวที่รักษาได้ผลดีกว่าวิธีนี้

 5. การรักษาหลุมสิวด้วย Crystal Pell

ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ เป็นวิธีรักษาหลุมสิวชนิดหนึ่งที่ไม่เจ็บเลย เหมือนเอาอะไรมาขููดหน้าเรา ไถไปเรื่อยๆเพลินๆ ทำเสร็จใหม่ๆหน้าก็จะแดงนิดหน่อย

แต่สัก 1-2 ชั่วโมงก็หายไปเอง ไม่มีผลข้างเคียง เพราะมันเป็นแค่การใช้เกร็ดอัญมณีเพื่อไปรบกวนใบหน้าที่เป็นหลุมสิวของเราให้มีการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่เท่านั้น

ไม่ได้มีการทำงานที่ซับซ้อนอะไร ไม่ต้องกลัวรอยไหม้บนหน้า เพราะมันไม่ได้ใช้แสงเลเซอร์ยิง มันใช้เกร็ดพ่นไม่มีความร้อนหน้าเราไม่เกรียมแน่นอน

ผิวหน้าเราจะใสเปล่งปลั่ง ช่วยให้เลือดที่เลี้ยงบนใบหน้าของเราไหลเวียนได้ดีขึ้น เหมือนการเปิดจุดชีพจรในหนังจีน ทำให้ผิวเราได้รับสารอาหารจากเลือดได้ดีขึ้น

หน้าก็จะขาวแบบมีสุขภาพดี ขาวอมชมพู ทำได้บ่อยๆ ไม่ต้องเว้นช่วงนาน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ 2 สัปดาห์ครั้ง

  •  สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนรักษาหลุมสิวด้วย Crystal Pell
  1. ราคาค่อนข้างสูง อาจจะคิดเป็นครั้ง หรืออาจจะเหมาเป็นคอร์ส ถ้าเป็นครั้งก็ประมาณ 700-1500 บาท หรือเป็นคอร์สก็ประมาณ 9,000-20,000 บาท บางที่ก็อาจจะมีโปรโมชั่นถ้าอยากลองก็รอช่วงโปรก็ดีเหมือนกันครับ
  2. เหมาะกับการรักษาหลุมสิวที่ไม่ลึกมากนัก เพราะมันเป็นการผลัดผิวที่บริเวณผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น ไม่ได้ทำงานที่ชั้นผิวหนังแท้ ฉะนั้นวิธีนี้จะช่วยให้หลุมสิวที่ตื้นๆดีขึ้นได้เท่านั้น
  3. ต้องทำหลายๆครั้งถึงจะเห็นผล เพราะมันเป็นวิธีการรักษาหลุมสิวแบบ soft ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องกลัวผลข้างเคียง
  4. อาจต้องใช้วิธีการอื่นเสริมด้วย ถ้าต้องการให้ได้ผลการรักษาหลุมสิวที่ดี อาจต้องมีการผลักตัวสารบำรุงผิวหน้าอื่นๆเข้าไปด้วย เช่น วิตามินซี วิตามินอี

ตามหลักการแล้วการรักษาหลุมสิวด้วย Crystal Pell ก็เป็นวิธีการที่เน้นในเรื่องการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ ซึ่งวิธีการรักษาหลุมสิวแบบนี้จะต้องใช้เวลา

และความอดทนมากสักหน่อยถึงจะเห็นผล และที่สำคัญวิธีการนี้จะเหมาะกับคนที่เป็นหลุมสิวบนหน้าไม่ลึก หรือคนที่มีรูขุมขนกว้างแล้วอยากให้เล็กลง

อยากให้หน้าเนียนขึ้นเท่านั้น ถ้าเป็นหลุมสิวเยอะและลึกไม่แนะนำวิธีนี้  วิธีการรักษาหลุมสิวด้วย IPL แต่ถ้าไม่อยากสิ้นเปลืองตังแนะนำให้ใช้ “ครีมรักษาหลุมสิว” ดีกว่าค่ะหายจริง ประหยัดด้วย

ลักษณะของหลุมสิว

 

ครีมรักษาหลุมสิว กับวิธีการักษาแบบอื่นเพิ่มเติม

 1. สำหรับการรักษาหลุมสิวด้วย IPL

นั้นจะใช้เครื่องยิงIPLโดยเฉพาะ ยิงลำแสงไปที่ใบหน้าในตำแหน่งหลุมสิวที่ต้องการ โดยที่ลำแสงที่ยิงออกไปนั้นจะผ่านทะลุผิวหนังชั้นนอก

และเข้าไปกระตุ้นผิวหนังชั้นในให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินซึ่งเป็นเส้นใยเนื้อเยื่อ ให้มีการสร้างที่รวดเร็วและดีขึ้นกว่าการสร้างตามปกติของร่างกาย

เกิดการดันตัวของเซลผิวใหม่ที่อยู่ข้างล่าง ให้ขึ้นมาแทนที่เซลล์ผิวเก่าทำให้หลุมสิวบนใบหน้าตื้นขึ้นได้

  •  ข้อดีของการรักษาหลุมสิวด้วย IPL
  1. ไม่เกิดรอยไหม้ที่ผิวหน้า เพราะเป็นการยิงลำแสงเข้าไปเพื่อกระตุ้นเซลผิวชั้นใน
  2. ไม่เจ็บ ถ้าเทียบการการยิงลำแสงประเภทอื่นๆ
  3. หลังจากทำไม่ต้องพักฟื้นนาน ใช้ชิวิตได้ตามปกติ แบบว่าทำคืนนี้พรุ่งนี้ก็ทำงานได้ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  4. ไม่ทำให้หน้าบาง เพราะไม่ได้เป็นการลอกผิวออก
  5. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวชั้นหนังแท้ได้เป็นอย่างดี
  •  ผลข้างเคียงของการรักษาหลุมสิวด้วย IPL
  1. อาจจะเกิดรอยแดงบวม แต่ไม่ต้องกังวลเพราะรอยจะหายไปภายใน 3-7 วัน
  2. อาจมีตุ่มใสเกิดขึ้น
  3. อาจมีการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีผิวบ้าง

ซึ่งผลข้างเคียงที่ได้กล่าวมาส่วนใหญ่จะหายไปเองในเวลาไม่นาน เต็มที่ก็ไม่เกิน 4 สัปดาห์ แต่หากมีอาการเหล่านี้มากและยาวนานผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

การรักษาหลุมสิวด้วย IPL เป็นวิธีการที่ทำได้ง่ายและมีผลข้างเคียงที่น้อย ซึ่งเป็นการรักษาที่เหมาะกับหลุมสิวประเภท Rolling Scar คือเป็นรอยหลุมสิวที่มีลักษณะเป็นแอ่งเว้า หากเป็นหลุมสิวแบบอื่นๆแนะนำให้รักษาโดยใช้วิธีอื่นจะเหมาะกว่า

สิ่งที่ต้องคำนึงอีกอย่างหนึ่งคือในเรื่องของ ค่าใช้จ่าย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง โดยคิดค่าบริการจากการยิงลำแสงเพื่อรักษาหลุมสิวในแต่ละครั้ง

หรือที่เรียกว่า shot ซึ่ง 1 shot จะอยู่ที่ 100-300 บาท หรืออาจจะเป็นการเหมาจ่ายทั้งหน้าก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพหลุมบนใบหน้าของเราว่ามีกี่จุด

ก่อนที่จะตัดสินใจรักษาหลุมสิวด้วยวิธีนี้ก็ลองช่างใจกันดูค่ะ ว่าจะคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายไปหรือเปล่า หรือว่าจะลองถามคำแนะนำจากแพทย์ดูก่อนก็ได้

แต่ก็อย่าไปเชื่อ 100% ครับ ลองหาข้อมูลดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ มีคนแชร์ประสบการณ์ไว้เยอะ จะได้ไม่เดินทางผิดเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน

และที่สำคัญเสียหน้าอีกต่างหาก วิธีรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser เป็นวิธีการรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์ชนิดหนึ่ง โดยเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวแสงอยู่ในช่วง 1,320 Nd:Yag

ซึ่งแสงเลเซอร์ตัวนี้จะยิงไปที่ผิวหน้าของเราโดยจะผ่านทะลุผิวชั้นแรกเข้าไป และไปทำงานในผิวชั้นกลาง โดยทำให้น้ำในเซลล์ผิวเกิดความร้อน

เหมือนการต้มน้ำให้เดือด ซึ่งการเกิดความร้อนขึ้นในเซลล์ผิวนี่เองที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในเซลล์ผิว ทำให้หลุมสิวบนหน้าของเราตื้นขึ้นได้

2. การรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser

การรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์

  • หมอจะทายาชาที่หน้าของเรา เพื่อไม่ให้เจ็บเวลาที่ถูกยิงด้วยเลเซอร์ ทิ้งไว้ประมาณ 50 นาทีเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์
  • เมื่อครบ 50 นาที
  • ยาที่ชาก็จะออกฤทธิ์ หน้าเราก็จะด้านชาพร้อมรับทุกสถานะการณ์ หมอก็จะให้พยาบาลทาเจลเย็นที่หน้าของเราอีกชั้นนึงก่อนยิง เพื่อลดความร้อนจากแสงเลเซอร์
  • หมอเริ่มยิงเลเซอร์ Cool touch Laser มาที่หน้าของเรา ยิงแบบไม่ยั้ง เป็นร้อยช็อตได้ ซึ่งจำนวนครั้งในการยิงก็ขึ้นอยู่กับหลุมสิวบนหน้าของเราว่ามีมากน้อยแค่ไหน
  • เวลาถูกยิงรู้สึกเจ็บไม่มากสงสัยยาชาจะดี พอหมอยิง Cool touch Laser เสร็จก็จะประคบเย็นให้เราอีกที

ข้อดีของการรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser

  1.  ไม่มีผลข้างเคียง ไม่เกิดสะเก็ดที่หน้า ไม่มีร่องรอยการทำหลงเหลืออยู่เลย รอยแดงจะเกิดแค่ตอนทำเสร็จใหม่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็จะหายไปเอง
  2. ไม่เจ็บมาก ถ้าเทียบกับเลเซอร์ตัวอื่น เช่น Fraxel หรือ การทำ Dermaroller
  3. ราคาไม่แพงเท่าไร ครั้งละ 2,000 – 3,000 บาท ถ้าเป็นคอร์สก็ทำ 3 ครั้ง ประมาณ 7,500 บาท 5 ครั้งก็ประมาณ 12,500 บาท
  4. ไม่ต้องบำรุงผิวมาก เหมือนวิธีอื่o
  5. ได้ผลดีกว่าการรักษาหลุมสิวด้วย IPL
  •  ข้อควรพิจารณาก่อนรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser
  1.  Cool touch Laser เหมาะกับการรักษาหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก หลุมตื้นๆจำนวนไม่มาก ถ้าเป็นมากแนะนำให้ทำตัวอื่นแทน เช่น Fraxel , Dermaroller จะเห็นผลมากกว่า
  2. อาจต้องทำหลายครั้งถึงจะช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ ประมาณ 5-7 ครั้ง

โดยรวมแล้วการรักษาหลุมสิวด้วย Cool touch Laser เป็นวิธีที่ดีมากวิธีหนึ่ง เนื่องจากมีไม่มีผลข้างเคียง ไม่เกิดรอยแดง หรือแผลที่หน้า

ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม แถมราคายังไม่สูงมาก ถ้าใครเป็นหลุมสิวแบบไม่มากผมแนะนำตัวนี้เลยค่ะ เลิศสุดๆ แต่บางทีการรักษาหลุมสิวก็แล้วแต่คนด้วย

บางคนอาจจะทำแล้วได้ผลกับวิธีนี้ บางคนอาจจะไม่เห็นผลเลย ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างด้วย เอาเป็นว่าเอาใจช่วยให้ทุกคนมีใบหน้าที่เนียนเรียบ ขาว ใส ไร้สิว

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterPin on Pinterest